Friday October 31 , 2014
Text Size
   

Photo Gallery

ImagePhoto Gallery ทุกภาพประทับใจจากผลงาน พี อาร์ เน็ตเวิร์ค พร้อมให้เข้าชม และดาวโหลดแล้ว

News on Television

ImageTelevision
รายการเด่นประเด็นดังของลูกค้าสุดฮอต หากคุณพลาดเรามีไว้ให้ชมมากมาย

News on Newspaper

ImageNewspaper 
ไม่พลาดทุกข่าวสารของลูกค้าที่ได้รับการตีพิมพ์เรารวบรวมและอัพเดททุกวัน


“อภัยภูเบศร” โชว์สมุนไพรไทย ต้านเบาหวาน ในงานมติชน เฮลท์แคร์ ถึง 20 มิถุนายนนี้

“อภัยภูเบศร” โชว์สมุนไพรไทย ต้านเบาหวาน 
ในงานมติชน เฮลท์แคร์ ถึง 20 มิถุนายนนี้
ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

มูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ร่วมจัดกิจกรรมภายในงานมติชน เฮลท์แคร์ โชว์สวนสมุนไพรหลากชนิด จัดกิจกรรมสาธิตการทำน้ำอบ น้ำปรุง แป้งร่ำ การทำธูปหลับ พร้อมเสิร์ฟชาสมุนไพรเพื่อสุขภาพ และสำหรับสาว ๆ มูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรจัดกิจกรรมสปาผมหอม ต้นตำรับนางผมหอมจาก จ.เลย มาให้บริการภายในงาน ผู้สนใจเยี่ยมชมได้ตั้งแต่วันนี้ – 20 มิถุนายนนี้ ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

         ข่าวดีสำหรับคนรักสุขภาพ มูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ร่วมจัดกิจกรรมภายในงานมติชน เฮลท์แคร์ ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันนี้ – 20 มิถุนายน 2553 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ภายใต้แนวคิด “สวนสมุนไพรอภัยภูเบศร” โดยกิจกรรมประกอบด้วย
         สวนสมุนไพรอภัยภูเบศร ซึ่งรวบรวมพันธุ์สมุนไพรหายาก และสมุนไพรนานาชนิดมาจัดแสดงภายในงาน พร้อมติดป้ายชื่อและสรรพคุณ เพื่อให้ผู้ชมภายในงานรู้จักสมุนไพรพันธุ์ต่าง ๆ และเรียนรู้เกี่ยวกับสรรพคุณของสมุนไพรชนิดต่าง ๆ ในประเทศไทยมากขึ้น
         การสาธิตการทำสปาผม สูตรนางผมหอม ซึ่งยกตำรับมาจากนางผมหอม จ.เลย ทั้งนี้ นอกจากผมจะหอมติดตรึงแล้ว ยังส่งผลต่อสุขภาพร่างกายอีกด้วย ในตำรับนี้เริ่มต้นจาก การใช้น้ำส้มข่อยล้างผม โดยใช้เป็นอันดับแรกก่อนสระผม เพื่อให้เกิดฟองมากขึ้น  จากนั้น ตามด้วยว่านสาวหลง หรือว่านเปราะหอม ซึ่งมีลักษณะคล้ายพืชตระกูลข่า ในการสระผม การใช้ว่านนั้น จะทำให้เกิดความหอมบนเรือนผม  ว่านแต่ละชนิดจะให้ความหอมที่แตกต่างกัน จากนั้นใช้กล้วย หรือน้ำมันมะพร้าว เพื่อให้ผมมีสุขภาพที่แข็งแรง ปิดท้ายด้วยน้ำอัญชัน ซึ่งมีสารกระตุ้นเส้นผม (Hair Growth) สารจากน้ำอัญชันนี้ จะกระตุ้นการทำงานของเส้นเลือดฝอยให้เลือดมีการหมุนเวียนดี ส่งผลกระทบต่อหนังศรีษะ ตา  ไต ทำให้ลดอาการเจ็บป่วย หรือห่างหายจากอาการเจ็บป่วยต่าง ๆ ได้
         การสาธิตการทำน้ำอบ น้ำปรุง และแป้งร่ำ ซึ่งเป็นสูตรลับความหอมของหญิงไทยที่มีมานับแต่อดีต จนถึงปัจจุบัน โดยแพทย์แผนไทยที่บรรยายและสาธิต จะแสดงกลวิธีตั้งแต่การสะตุดินสอพองเพื่อเป็นการฆ่าเชื้อโรค กรรมวิธีการทำน้ำปรุง และกรรมวิธีการทำน้ำอบ  ตลอดจนการทำแป้งร่ำ เพื่อให้ผู้ชมได้รับความรู้อย่างใกล้ชิด
         การสาธิตการทำธูปหลับ ซึ่งเป็นสูตรสำหรับผู้ที่ต้องการผ่อนคลาย และสามารถร่วมทำธูปหลับได้ด้วยตนเองภายในงาน
         ที่สำคัญ มูลนิธิฯ ยังแจกต้นสมุนไพร 4 ชนิดภายในงาน เพื่อให้ประชาชนทั่วไป สามารถนำไปปลูกต่อ ได้แก่
         ขมิ้นชัน สมุนไพรยอดฮิต ซึ่งมีฤทธิ์ลดการแพ้  การอักเสบของผิวหนัง  ในต่างประเทศนำไปใช้ในการรักษาโรคเกี่ยวกับผิวหนัง  เช่น  ผื่นแพ้  สะเก็ดเงิน  หรือแม้แต่มะเร็ง อีกทั้งขมิ้นชันยังมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระซึ่งสูงกว่าวิตามินอี 80  เท่า  ปัจจุบันจึงนำมาใช้ในโรคที่คาดว่าจะเกิดจากอนุมูลอิสระ  อาทิ  โรคมะเร็ง  อัลไซเมอร์  และโรคหัวใจและหลอดเลือด  นอกจากนี้ ขมิ้นชันยังมีสรรพคุณในการบรรเทาอาการท้องอืด  ท้องเฟ้อ  และรักษาแผลในกระเพาะอาหาร  ซึ่งการรักษาแผลในกระเพาะอาหารผู้ป่วยต้องได้รับขมิ้นชันติดต่อกันอย่างน้อย 4 สัปดาห์  เช่นเดียวกับยาแผนปัจจุบัน  โดยขมิ้นชันมีน้ำมันหอมระเหยที่ช่วยลดแก๊สในทางเดินอาหาร  ลดการหลั่งกรด  เพิ่มการหลั่งของสารที่มาช่วยเคลือบทางเดินอาหาร ไม่ให้ถูกทำร้ายจากกรด มีฤทธิ์ช่วยขับน้ำดี  ซึ่งน้ำดีมีความจำเป็นในกระบวนการย่อยของไขมัน ใครที่สนใจอยากปลูกสามารถนำแง่งขมิ้นชันมาปลูกเองได้  รดน้ำพอชุ่มวันละ  1-2  ครั้ง  สังเกตจากอากาศภายนอก  ถ้าฝนตกก็ไม่ต้องรด
        เปราะหอม ว่านหอมหลากหลายประโยชน์ ในสรรพคุณทางยาเปราะหอมใช้รักษาอาการเจ็บคอ  โดยใช้น้ำคั้นจากใบและเหง้าป้ายคอ  ใช้บรรเทาอาการหวัด  โดยนำใบและเหง้าของเปราะหอมมาอังไฟให้ร้อน  และสุมหัวเด็ก  น้ำมันหอมระเหยจากเปราะหอมจะช่วยให้อาการหวัดดีขึ้น 
        ผักเชียงดา ซึ่งสามารถลดอาการเบาวหวานได้อย่างชะงัด ทั้งนี้ ผักเชียงดาใช้เป็นยารักษาเบาหวานในอินเดียและประเทศในแถบเอเชียมานานกว่า 2000 ปีแล้ว มีสารสำคัญคือ gymnemic acid ซึ่งสกัดมาจากรากและใบของผักเชียงดา ซึ่งมีรูปร่างเหมือนน้ำตาลกลูโคส จึงไปจับเซลรีเซพเตอร์ในลำไส้ ป้องกันการดูดซึมของน้ำตาล  The U.S. National Library of Medicine (NLM) and the National Institutes of Health (NIH) พบหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ ว่าผักเชียงดา สามารถที่จะช่วยคุมระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวานทั้งชนิดพึ่งอินซูลิน (type 1) และไม่พึ่งอินซูล (type 2) ได้ เมื่อให้ร่วมกันอินซูลิน และยารักษาเบาหวานอื่นๆ รวมทั้งยังมีรายงานว่ามีบางรายใช้ผักเชียงดาตัวเดียวในการคุมระดับน้ำตาลในเลือดโดยไม่ต้องใช้ยาแผนปัจจุบัน  ดังนั้นจึงมีความจำเป็นอย่างมากที่ผู้ป่วยเบาหวานจะต้องบอกให้แพทย์ทราบเมื่อกินผักเชียงดาเพื่อช่วยคุมเบาหวานเพื่อที่จะลดอินซูลินและยาลง
        สะเลเต ตามตำรับยาแพทย์แผนไทย ระบุว่า สะเลเตนั้นมีสรรพคุณยาในตำราแพทย์แผนไทยมีว่า หัวใต้ดิน (เหง้า) ใช้ต้มเป็นยากลั้วคอแก้ต่อมทอนซิลอักเสบ น้ำคั้นจากหัวใต้ดินใช้ทาแผลฟกช้ำบวม บางพื้นที่ใช้เป็นยาประคบ โดยใช้ กะเบง  หรือหญ้าฮ่อมแกวทั้งห้า  ใบหนาด  ใบเปล้า  หัวว่าน  ไพล  เอ็นยืดหรือผักกาดน้ำทั้งห้า  และดอกสะเลเต มาซอยหั่นผสมกันแล้วตากให้แห้งมัดใส่ ผ้าฝ้ายหรือผ้าด้ายดิบ  ใช้ประคบอาการบาดเจ็บ ฟกช้ำ ดำเขียว  ช่วยบรรเทาอาการปวดเมื่อย  โดยนำไปนึ่งให้ร้อนแล้วนำออกมาให้พออุ่นแล้วใช้ประคบตามส่วนต่าง ๆ ที่ต้องการ  ขณะประคบไปก็จะได้กลิ่นหอมของดอกไม้ ประคบเช้าเย็น ทุกวัน จนกว่าจะหาย
       นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมให้ผู้ชมงานเข้าร่วมอีกมากมาย อาทิ การสาธิตการทำลูกประคบสูตรดอกสะเลเต การชิมชาต้านเบาหวานที่มีสมุนไพร 4 ชนิด หนึ่งในนั้นคือ “เชียงดา” ซึ่งสามารถต้านเบาหวาน  ตลอดจนค็อกเทลบำรุงกำลังจากสมุนไพร 7 ชนิดมาให้ชิมฟรี อาทิ ชาขมิ้นชัน ชาเปราะหอม
       พบกับมูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรได้ภายในงาน มติชน เฮลท์แคร์ ระหว่างวันที่ 17 – 20 มิถุนายน นี้ ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์